สงครามโลกครั้งที่2  

             เป็นความขัดแย้งในวงกว้างครอบคลุมทุกทวีปและประเทศส่วนใหญ่ในโลก โดยสามารถแบ่งความขัดแย้งได้เป็นสองภูมิภาค ทวีปเอเชียบ้างว่าเริ่มขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2474 (ค.ศ. 1931) บ้างก็ว่า ค.ศ. 1937 ในสงครามระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ส่วนในทวีปยุโรปเริ่มต้นเมื่อ ค.ศ. 1939 จากการรุกรานโปแลนด์ และดำเนินไปจนกระทั่งสิ้นสุดในปี ค.ศ. 1945 คาดว่ามีผู้เสียชีวิตในสงครามครั้งนี้มากกว่า 60 ล้านคน นับเป็นสงครามที่ก่อให้เกิดความสูญเสียชีวิตมนุษย์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ    ผู้เข้าร่วมสงครามแบ่งเป็นสองฝ่ายฝ่ายหนึ่งคือฝ่ายสัมพันธมิตรเดิมประกอบด้วย อังกฤษ ฝรั่งเศสและสหภาพโซเวียต ส่วนฝ่ายตรงข้ามเรียกว่าฝ่ายอักษะ นำโดย เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น ซึ่งมีการระดมกำลังทหารทั้งหมดมากกว่า 100 ล้านนาย นับเป็นสงครามขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และเป็น "สงครามเบ็ดเสร็จ" ซึ่งได้นำทรัพยากรต่าง ๆ ไปใช้ในการสงครามโดยไม่เลือกว่าเป็นของพลเรือนหรือทหาร สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ยังได้ส่งผลกระตุ้นให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และวิทยาศาสตร์ของชาติ เพื่อนำไปใช้ในการทำสงคราม ประมาณกันว่าสงครามโลกครั้งนี้มีค่าใช้จ่ายเป็นมูลค่าราวหนึ่งล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามค่าเงินในปี ค.ศ. 1944 ยังผลให้เป็นสงครามที่ใช้เงินทุนและชีวิตมากที่สุดด้วยเช่นกัน    สงครามครั้งนี้ฝ่ายสัมพันธมิตรได้รับชัยชนะ แต่ว่าชาติตะวันตกในทวีปยุโรปก็อ่อนกำลังลงอย่างมาก ส่งผลให้สหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียต กลายเป็นประเทศมหาอำนาจและนำไปสู่สงครามเย็นที่ดำเนินต่อมาอีก 45 ปี สหประชาชาติได้รับการสถาปนาขึ้น ด้วยความหวังว่าจะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งเช่นที่เกิดขึ้นนี้ได้อีก ภายหลังสงครามมีการเคลื่อนไหวในทวีปเอเชียและแอฟริกาเพื่อเรียกร้องเอกราชจากการตกเป็นอาณานิคมของประเทศในยุโรป ขณะเดียวกัน ยุโรปตะวันตกได้พยายามรวมตัวกัน ดังจะเห็นได้จากการก่อตั้งสหภาพยุโรป เป็นต้นภูมิหลัง    หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง จักรวรรดิเยอรมันซึ่งเป็นฝ่ายแพ้สงคราม ได้ถูกบังคับให้ลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซายส์ เป็นผลให้จักรวรรดิเยอรมันล่มสลาย และกลายมาเป็น "สาธารณรัฐไวมาร์" ผลจากสนธิสัญญาแวร์ซาย เยอรมนีต้องจำกัดขนาดกองทัพและการขยายอาณาเขตของตน ทั้งยังต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามเป็นจำนวนมหาศาล ส่วนในรัสเซียนั้น ได้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้น จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองด้วยลัทธิคอมมิวนิสต์ในนามประเทศสหภาพโซเวียต ซึ่งต่อมาไม่นานประเทศนี้ก็อยู่ภายใต้การปกครองของโจเซฟ สตาลิน ที่ประเทศอิตาลี เบนิโต มุสโสลินีได้ยึดอำนาจปกครองประเทศแล้วตั้งตนเป็นผู้เผด็จการฟาสซิสต์ พร้อมให้คำสัญญาต่อประชาชนว่าจะสร้างจักรวรรดิโรมันใหม่ นอกจากสองประเทศเหล่านี้แล้ว ก็ยังก่อให้เกิดแนวคิดเผด็จการขึ้นในหลายประเทศการล่มสลายของสถาบันกษัตริย์ ได้มีการประมาณการกันว่า มีพลเมืองยุโรปกว่า 350,000,000 คนตกอยู่ใต้การปกครองด้วยอำนาจเผด็จการในช่วงระหว่างสงครามโลกทั้งสองครั้ง    ปลายเดือนมิถุนายน เยอรมนีรวมไปถึงกลุ่มประเทศฝ่ายอักษะในยุโรปและฟินแลนด์ ได้โจมตีสหภาพโซเวียตในปฏิบัติการบาร์บารอสซา เนื่องจากมีความต้องการในการครอบครองดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาล และแหล่งทรัพยากรในสหภาพโซเวียต อันทำให้เกิดความสูญเสียอย่างหนักต่อทั้งสองฝ่าย กองทัพฝ่ายอักษะประสบชัยชนะหลายครั้ง ต้นเดือนธันวาคม ระหว่างยุทธการมอสโก กองทัพฝ่ายอักษะเกือบจะเข้าพิชิตกรุงมอสโกแล้ว เหลือเพียงสองเมืองหลังแนวหน้าด้านตะวันออก คือ เมืองที่ถูกล้อม